hero1

สงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ.2457-2461)

สงครามโลกครั้งที่ ๑ (10)
สงครามโลกครั้งที่ ๑ (20)
สงครามโลกครั้งที่ ๑ (9)
สงครามโลกครั้งที่ ๑ (7)

สาเหตุของสงคราม

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2457 อาร์ชดุ๊ก ฟรานซิส เฟอร์ดินานด์ มงกฎราชกุมารแห่งราชบัลลังก์ออสเตรีย และพระราชาถูกชาวเซอร์เบียร์ลอบปลงประชนม์ เป็นชนวนเหตุให้ออสเตรียประกาศสงครามกับเซอร์เบีย ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2457 ต่อมาประเทศที่เป็นพันธมิตรของทั้งสองฝ่ายต่างหนุนหลังฝ่ายของตนและประกาศสงครามซึ่งกันและกัน ในวันที่ 1 สิงหาคม 2457 โดย ฝ่ายเยอรมนี ประกอบด้วย ออสเตรีย-ฮังการี บัลแกเรีย และตุรกี ส่วนฝ่ายสัมพันธมิตร ประกอบด้วยรัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และอีก 25 ประเทศ

การเข้าร่วมสงครามของประเทศไทย

            เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2460 เวลา 24.00 น. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตัดสินพระทัยประกาศสงครามกับฝ่ายเยอรมนี และส่งทหารอาสาเข้าร่วมรบอยู่ในฝ่ายสัมพันธมิตร โดยจัดตั้งเป็นกองทหารอาสา แบ่งกำลังเป็น กองทหารบกรถยนต์ กองบินทหารบก และกองพยาบาลเดินทางไปร่วมรบที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่ทหารไทยเดินทางไปร่วมรบในต่างแดน

การยุติของสงคราม

            ฝ่ายเยอรมนีติดต่อฝ่ายสัมพันธมิตรเพื่อขอเจรจาสงบศึก โดยมีการลงนามในสัญญาที่เมืองคองเปียน ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2461 กองทหารอาสาของไทยได้รับเกียรติเข้าร่วมพิธีสวนสนามฉลองชัยชนะที่ประเทศฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และอังกฤษ   เมื่อเหล่าทหารอาสาเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จฯ ไปต้อนรับด้วยพระองค์เอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ผูกเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีพระราชทานแก่ธงชัยเฉลิมพลและพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ทหารอาสา นอกจากนี้ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ทหารอาสาเพื่อบรรจุอัฐิทหารอาสา 19 นาย ที่เสียชีวิตระหว่างเข้าร่วมรบ

สงครามโลกครั้งที่ ๑ (4)
สงครามโลกครั้งที่ ๑ (3)
สงครามโลกครั้งที่ ๑ (11)

ผลที่ประเทศไทยได้รับจากสงคราม

            นอกจากจะเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียง และเกียรติคุณของประเทศแล้ว ยังมีการแก้ไขสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย รวมทั้งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกริเริ่มในองค์การสันนิบาตชาติ ตลอดจนได้นำประสบการณ์จากสงครามในครั้งนี้มาปรับปรุงวิชาการทหารให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น