ผอ.อผศ. เยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด

     เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 พลเอก กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด (แห่งใหม่) ณ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด ค่ายประเสริฐสงคราม อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี คุณจิตตานันท์ นิกรยานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, คณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, พลตรี วิชิต มักการุณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 ในฐานะหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด, ว่าที่ร้อยตรี จารุพงษ์ แก้วจันทึก รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด, รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขต ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และพนักงานฯ ร่วมในพิธีเปิด
     ทั้งนี้ ก่อนเริ่มพิธี ผู้อำนวยการองค์การฯ และคณะ วางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์พลตรีพระยาประเสริฐสงคราม และสักการะพระพุทธรูป, ศาลพระภูมิ และศาลตา – ยาย ณ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด (แห่งใหม่) จากนั้นประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำพิธีกดปุ่มเพื่อเปิดแพรคลุมป้ายอาคารสำนักงานแห่งใหม่ และในช่วงท้ายพิธี พระพรหมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล
     สำหรับในวันนี้ มีทหารผ่านศึกในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด นำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาร่วมจัดแสดงบริเวณด้านหน้าของอาคารฯ ประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด นำผลิตภัณฑ์กระถางต้นไม้จากยางรถยนต์ โดย พลทหาร เอกพันธ์ วันปลั่ง, จังหวัดมหาสารคาม นำผลิตภัณฑ์ปลาส้ม โดย พลทหาร สมศักดิ์ จันทะแพน และจังหวัดยโสธร นำผลิตภัณฑ์หมอนขิด โดย พลทหาร เด่นชัย ป้องกัน
     สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด ได้ก่อตั้งตามมติสภาทหารผ่านศึก เมื่อวันที่ 26 กันยายน พุทธศักราช 2559 โดยใช้อาคารกองร้อยหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (พื้นที่ชั้นล่างบางส่วน) เป็นอาคารสำนักงานฯ ชั่วคราว เปิดทำการ เมื่อวันที่ 4 มกราคม พุทธศักราช 2564 มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดยโสธร ปัจจุบันมีทหารผ่านศึกและครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่ดูแล รวมทั้งสิ้น จำนวน 25,122 คน มีผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 เป็นหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด มีภารกิจ และบทบาทสำคัญในการดูแลและสนับสนุนทหารผ่านศึกที่เสียสละอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการดำเนินชีวิต การรักษาพยาบาล การฝึกอาชีพ และส่งเสริมคุณภาพชีวิต อย่างรอบด้าน
     สำนักงานฯ แห่งใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พุทธศักราช 2568 จนถึง 17 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการด้านสวัสดิการ การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และยังเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใย และความเคารพต่อผู้ที่ได้อุทิศตน เพื่อปกป้องประเทศชาติ ซึ่งการจัดตั้งสำนักงานฯ แห่งใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ และเป็นหลักประกันว่าทหารผ่านศึกและครอบครัว ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และมีศักดิ์ศรีตามที่สมควร
     จากนั้น ผู้อำนวยการองค์การฯ และคณะ ได้เดินทางไปยังอาคารอเนกประสงค์ สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตร้อยเอ็ด ค่ายประเสริฐสงคราม มณฑลทหารบกที่ 27 อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยพบปะและมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารผ่านศึก จำนวน 400 นาย จากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดยโสธร พร้อมกล่าวเชิดชูเกียรติและศักดิ์ศรีของทหารผ่านศึกผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องเอกราชและความมั่นคงของประเทศชาติ โดยยืนยันว่าองค์การฯ จะดูแลสิทธิและสวัสดิการของทหารผ่านศึกอย่างเต็มกำลัง ครบทั้ง 6 ด้าน เพื่อให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและสมศักดิ์ศรี
     ด้าน พันโท สุวรรณ พันธุ์เลิศ ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ 3 ในฐานะตัวแทนทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดยโสธร กล่าวแสดงความซาบซึ้งต่อความห่วงใยขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของทหารผ่านศึกและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนในครั้งนี้เป็นกำลังใจสำคัญที่สะท้อนว่าประเทศชาติไม่เคยทอดทิ้ง ผู้ที่เคยปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน
     นอกจากนี้ ผู้อำนวยการองค์การฯ ยังได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานรวมถึงปัญหา อุปสรรค และความต้องการของสำนักงานฯ จาก พลตรี วิชิต มักการุณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 ในฐานะหัวหน้าสำนักงานฯ และ ว่าที่ร้อยตรี จารุพงษ์ แก้วจันทึก รองหัวหน้าสำนักงานฯ เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนาการดูแลและช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป