














ผอ.อผศ. เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธ
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 พลเอก กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ครบรอบปีที่ 56 โดยมี คุณจิตตานันท์ นิกรยานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, อุปนายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก คนที่ 2, คณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การฯ, คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลทหารผ่านศึก เข้าร่วมในพิธีฯ ณ ห้องประชุม อาคาร 2 ชั้นที่ 2 โรงพยาบาลทหารผ่านศึก
นอกจากนี้ ในช่วงเช้ายังได้จัดพิธีถวายอาหารคาว หวาน พระพุทธอโรคยาเทวราชา ณ บริเวณหอพระ และพิธีถวายเครื่องสังเวยศาลพระภูมิ ณ บริเวณศาลพระภูมิ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี แพทย์หญิงจิตติมา ปรีชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก เป็นประธานในพิธีฯ
โรงพยาบาลทหารผ่านศึก แรกเริ่มเป็นเพียงสถานปฐมพยาบาล ในกองสวัสดิการ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เมื่อปี พ.ศ. 2491 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชดำริให้ดูแลทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพในด้านการฟื้นฟู บำบัด และการฝึกหัดอาชีพ จึงได้จัดตั้งเป็นกองแพทย์ โดย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารด้วยพระองค์เอง เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2513 ต่อมาได้มีการยกฐานะจากกองแพทย์ขึ้นเป็นโรงพยาบาลทหารผ่านศึก เมื่อ พ.ศ. 2517
ในปัจจุบันโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ได้ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก รวมถึงประชาชนทั่วไป มีขีดความสามารถเป็นโรงพยาบาลทั่วไป แต่ได้เน้นหลักทางด้านการฟื้นฟูบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ทหารผ่านศึกเป็นหลัก เพราะโดยหลักการแล้วโรงพยาบาลทั่วไปจัดสร้างขึ้นเพื่อรักษาด้านต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมีหลายแห่ง แต่โรงพยาบาลที่จัดสร้างขึ้นเพื่อภารกิจหน้าที่นี้มีเพียงแห่งเดียว ซึ่งโรงพยาบาลทหารผ่านศึกได้ตระหนักถึงภารกิจด้านนี้ จึงได้พยายามทุกวิถีทางที่จะผลักดันให้โรงพยาบาลมีขีดความสามารถสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้พิการทุพพลภาพ ทั้งนี้ โรงพยาบาลทหารผ่านศึกยึดถือหลักการฟื้นฟูทางด้านร่างกายจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูทางด้านจิตใจ ให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ท้อถอย และให้คิดอยู่เสมอว่าถึงจะพิการก็ยังมีประโยชน์และมีคุณค่าต่อสังคมเสมอ















