ผอ.อผศ. เป็นประธานในพิธีเปิดการเสวนาและการจัดนิทรรศการ

      เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นประธานในพิธีเปิดการเสวนาเพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษาวิชาทหารในหัวข้อ
“ถอดบทเรียนการรบในอดีต” และการจัดแสดงนิทรรศการเนื่องในวันที่ระลึกทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ณ ห้องวิชิตสงคราม ตึกเฉลิมพระเกียรติ ชั้นที่ 5 โดยมี ผู้บริหารระดับสูงขององค์การฯ นายกสมาคมทหารผ่านศึกเกาหลี นายกสมาคมทหารผ่านศึกเวียดนาม นายกสมาคมนักรบนิรนาม 333
นายกสมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย นายกสมาคมทหารผ่านศึกแห่งประเทศไทย รองผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ผู้แทนจากกรมยุทธการทหารบก ผู้แทนจากกรมสารบรรณทหารอากาศ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ผู้บัญชาการศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร ผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร ทายาททหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1 และนักศึกษาวิชาทหาร ร่วมในพิธี
     สำหรับรูปแบบการจัดเสวนาและการจัดนิทรรศการดังกล่าวที่องค์การฯ ได้จัดขึ้น ประกอบด้วย การเสวนาในหัวข้อ “ถอดบทเรียนการรบในอดีต” ณ ห้องวิชิตสงคราม ตึกเฉลิมพระเกียรติ ชั้นที่ 5 องค์การฯ และการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสงครามโลกครั้งที่ 1 จากสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กรมยุทธการทหารบก กรมสารบรรณทหารอากาศ และกลุ่มนักจำลองประวัติศาสตร์ ณ ห้องชาตินักรบ อาคาร 2 ชั้นที่ 2 องค์การฯ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้และประสบการณ์ อาทิ พลอากาศเอก ศักดิ์พินิต พร้อมเทพ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ กองทัพอากาศ พลตรี ประจักษ์ วิสุตกุล อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ 2 พลตรี ศนิโรจน์ ธรรมยศ ผู้ดำเนินรายการสารคดีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับทหาร ผ่านช่องทาง Youtube และ ร้อยเอก จักรพันธ์ สุมรรคา นายทหารพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ กรมยุทธการทหารบก สำหรับพิธีกรได้รับเกียรติจาก คุณภาณุพงศ์ กรรณาธิกรณ์ ผู้ดำเนินรายการข่าวทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
     ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนของชาติ ได้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมทั้งเพื่อปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนของชาติ ได้รับรู้ถึงวีรกรรมความกล้าหาญ และความเสียสละของบรรพบุรุษไทยที่ยอมอุทิศเลือดเนื้อแม้ชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้มีผืนแผ่นดินอาศัยตราบจนทุกวันนี้ ตลอดจนเป็นการยกระดับการประชาสัมพันธ์ขององค์การฯ ให้บุคคลภายนอกได้รับรู้มากยิ่งขึ้น