การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ (พ.ศ.2508-2528)
ความเป็นมาของคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย
การแพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยเริ่มขึ้นในราวปี 2470 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการเคลื่อนไว้ของคอมมิวนิสต์จีนและก๊กมินตั๋งที่เข้ามาในประเทศไทย ภายหลังได้มีการต่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์สยามขึ้น เมื่อปี 2473 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ “ปฏิวัติโค่นล้มจักรวรรดินิยาม และศักดินา” การเคลื่อนไหวครั้งแรกเริ่มขึ้นเมื่อปี 2475 โดยมีการผลิตใบปลิวทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ แจกจ่ายในวันสำคัญต่าง ๆ รัฐบาลไทยจึงตรากฎหมายเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ฉบับแรก คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2476 และดำเนินการปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์สยามอย่างจริงจัง
ในวันที่ 1 ธันวาคม 2485 พรรคคอมมิวนิสต์สยามได้ประกาศตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ขึ้น โดยมีการเคลื่อนไหวในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล ทั้งนี้ ในระยะแรก ๆ มีขอบเขตการดำเนินงานอยู่เฉพาะในเมือง แต่เมื่อถูกรัฐบาลกวาดล้างอย่างหนัก ประกอบกับมีปัจจัยอื่น ๆ จึงได้หลบหนีออกไปสู่หัวเมือง และชนบทขยายตัวกระจายไปทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ
การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
หลังจากเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธ ระหว่างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ กับกำลังตำรวจภูธร จังหวัดนครพนมเมื่อ วันที่ 7 สิงหาคม 2508 ที่ตำบลเรณูนคร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ขยายการปฏิบัติการต่อสู้ด้วยอาวุธไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทำให้รัฐบาลต้องจัดตั้งกองบัญชาการปราบปรามคอมมิวนิสต์ขึ้นเพื่อปราบปรามอย่างจริงจังให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยโดยเร็วที่สุด โดยริเริ่มนำแนวความคิดการจัดกำลังผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งในห้วงเวลา 15 ปีแรก รัฐบาลกำหนดนโยบายใช้กำลังเข้าต่อสู้ปราบปรามอย่างรุนแรง แม้การปฏิบัติการในหลายพื้นที่จะประสบผลสำเร็จ แต่ไม่สามารถกวาดล้างผู้ก่อการร้ายให้หมดสิ้นลงได้
จนถึงปี 2523 รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการต่อสู้ใหม่ เปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธ มาเป็นการต่อสู้ในแนวทางสันติ มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ชนบทห่างไกล สร้างความเข้าใจอันดีให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน เหตุการณ์การสู้รบระหว่างกองกำลังของรัฐกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งสองฝ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบถึงการสูญเสียดังกล่าว จึงได้พระราชทานพระบรมราโชบาย “ยุทธศาสตร์พัฒนา” โดยให้ปรับยุทธวิธีใหม่ด้วยการแย่งยึดพื้นที่ไว้ให้ได้ทีละน้อย จูงใจราษฎรให้เข้าไปตั้งรกรากทำมาหากินให้มั่นคงพัฒนาท้องถิ่นสร้างความเจริญไปทั่วบริเวณ ซึ่งในที่สุดผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ก็จะพ่ายแพ้แก่ความเจริญจนอยู่ไม่ได้ต้องละทิ้งพื้นที่ สุดท้ายกองกำลังสำคัญของกองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทย ได้วางอาวุธและเข้ามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ปลายปี 2528 รัฐบาลได้รับชัยชนะอย่าง เด็ดขาดในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทำให้การปฏิวัติตามแนวทางสงครามประชาชนยุติลง เป็นไปตามยุทธศาสตร์พัฒนาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ทุกประการ จึงทำให้ประเทศไทยยังคงความเป็นไทยอยู่ได้ถึงทุกวันนี้






