กรณีพิพาทอินโดจีน-ฝรั่งเศส (พ.ศ.2483 -2484)
สาเหตุของสงคราม
ในระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยได้ร้องขอให้มีการปรับปรุงเส้นแบ่งเขตแดนด้านอินโดจีนตามหลักสากล ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส แต่ฝรั่งเศสไม่ยินยอม ทั้งยังส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนมทำให้เกิดความตึงเครียดทั้งสองฝ่าย รัฐบาลไทยจึงเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ ฝรั่งเศสเพื่อแก้ไขเรื่องดินแดนให้เด็ดขาด โดยมีการจัดเตรียมกำลังกองทัพบกสนาม ประกอบด้วย กองทัพบูรพา กองทัพอีสาน กองพลพายับ กองพลผสมปักษ์ใต้ และกองพลผสมกรุงเทพ
ปฏิบัติการป้องกันอธิปไตย
ในกรณีพิพาทอินโดจีน ทหารไทยได้ประกอบวีรกรรมที่สำคัญเป็นจำนวนมาก และได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยมากที่สุด คือ การรบที่ห้วยยาง ตำบลบ้านพร้าวในเขตเขมร โดยกองพันทหารราบที่ ๓ พระนคร กองพลพระนคร กองพลผสมอรัญ และกองทัพบูรพา ได้ปะทะกับข้าศึกจนได้รับชัยชนะ ได้รับสมญานามว่า กองพันทหารเสือ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2487 ฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบิน จำนวน 5 ลำจากท่าแขกมาทิ้งระเบิดที่นครพนม ฝ่ายไทยได้นำเครื่องบินขับไล่ 3 ลำขึ้นต่อสู้ขับไล่เครื่องบินข้าศึกหลบหนีกลับไป วันที่ 5 มกราคม ๒๔๘๔ กองทัพสนามของไทย ได้เคลื่อนกำลังรุกเข้าไปในดินแดนลาวและเขมร ประสบชัยชนะตลอดแนว โดยกองทัพบูรพายึด ศรีโสภณ ไพลิน และพระตะบองได้ กองทัพอิสานยึดจำปาศักดิ์ได้ และกองทัพพายัพยึดปากลาย หงสา และเชียงฮอนได้ วันที่ 17 มกราคม 2484 เกิดยุทธนาวีเกาะช้าง ระหว่างราชนาวีไทยกับกองเรือรบฝรั่งเศส ฝ่ายไทยเสียเปรียบด้านกำลัง และอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ได้พยายามต่อสู้อย่างไม่ลดละ ผลการรบได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งสองฝ่ายแต่ราชนาวีไทยก็สามารถต้านทานข้าสึกไว้ได้
การยุติของสงคราม
วันที่ 25 มกราคม 2484 ไทยยอมรับข้อเสนอให้หยุดยิงของญี่ปุ่น ที่เข้ามาไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทครั้งนี้และได้มีการลงนาม ในสัญญาพักรบที่ไซ่ง่อน บนเรือรบญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2484 วันที่ 9 พฤษภาคม 2484 ไทยและฝรั่งเศสได้ลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก ณ กรุงโตเกียว โดยไทยได้ดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงจำนวน 79,029 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย หลวงพระบาง จำปาศักดิ์ เสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณจากจำนวนพื้นที่ที่ไทยเสียดินแดนให้ฝรั่งเศส ในยุคล่าอาณานิคม ทั้งหมด 467,500 ตารางกิโลเมตร














